กำแพงเมืองจีน 万里长城
กำแพงเมืองจีนเริ่มสร้างในสมัยชุนชิวเพื่อเป็นแนวป้องกันอาณาเขตของเขตแขวนต่าง ๆ ต่อมาฉินซีฮ่องเต้ได้รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียว และได้สร้างและต่อเติมของเดิมที่เป็นท่อนๆ และกระจายอยู่ตามแขว้นต่าง ๆ มารวมกันเพื่อเป็นปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกที่มาจากนอกด่าน กำแพเมืองจีน万里长城 นั้นมีความยาวกว่าหมื่นลี้ จึง เป็นที่มาของคำว่า วั่นหลี่ชางเฉิง ซึ่งหมายถึงกำแพงหมื่นลี้ หรือกว่า 5,000 กิโลเมตร โดยเริ่มจากด่าน เจียยี่กวน( มณฑล กันซู่ ) ทางฝั่งตะวันตก ไปสิ้นสุดลงที่ด่าน ซันไห่กวน( ชายแดนจีน เกาหลี ) ในด้านตะวันออกของประเทศจีน ความยาวของกำแพงเมืองจีนนั้นพาดผ่านอาณาเขตเกือบครึ่งหนึ่งในประเทศจีน โดยสามารถมองเห็นได้จากภาพถ่ายทางดาวเทียม เป็นหนึ่งในสิ่งมหัสจรรย์ทั้งเจ็ดของโลก เป็นสัญลักษณ์ของชนชาติจีนและอารยธรรมที่สืบทอดมาช้านาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO
กำแพงเมืองจีนนั้นเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมากว่า 2,000 ปี ความสูงเฉลี่ยของตัวกำแพง 7.8 เมตร ความกว้างเฉลี่ย 7.8 เมตร กำแพงเมืองจีนจะประกอบด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ 4 ส่วน คือ ด่านช่องแคบ 关隘 จะตั้งอยู่ระหว่างช่องแคบของภูเขาหรือจุดที่เป็นชัยภูมิสำคัญ เช่นที่ด่าน จีหยงกวน ใกล้เมืองปักกิ่ง ส่วนตัวกำแพง 城墙 นั้นจะสร้างอยู่บนสันเขาหรือหน้าผาสูงชัน ส่วนที่เป็นสันกำแพง 城台 นั้นใช้เป็นพื้นที่ให้ทหารเดินลาดตระเวนตรวจตรา ส่วนป้อมไฟ 烽火台 นั้นจะใช้ในการจุดเพลิงเพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าได้พบข้าศึกแล้ว เล่ากันว่าในอดีตนั้นหากจุดไฟหนึ่งครั้งพร้อมยิงปืนใหญ่หนึ่งนัด หมายความว่าพบข้าศึกราว 100 คน หากจุดไฟสองครั้งพร้อมยิงปืนใหญ่สองนัด หมายถึงศัตรูผู้มาเยือนมีจำนวนราว 500 คน หากมีข้าศึก 1000 คน ขึ้นไปให้ จุดไฟสามครั้งพร้อมยิงปืนใหญ่สามนัด ซึ่งการส่งสัญญาณบนกำแพงลักษณะนี้สามารถแจ้ง ความเคลื่อนไหวของข้าศึกให้ราชสำนักได้รับทราบได้ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม จากหัวเมืองที่ห่างไกลถึงหลายร้อยกิโลเมตร